เจาะลึกเรื่องแหวนเพชร

แหวนเพชรเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของความเลอค่า และถูกนำมาใช้มอบเป็นของกำนัลแด่คนรักมานานนับศตวรรษ แหวนเพชรถูกให้นิยามโดยรวมว่าคุณค่าแห่งนิรันดร์กาล และ ความโดดเด่นและคุณค่าที่เป็นเอกเป็นหนึ่งไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน แต่แหวนเพชรยังมีความหมายมากกว่าคุณค่าและความเป็นนิรันดร์ ด้วยดีไซน์การเจียรไนรูปทรงต่างๆ การเรียงตัวเม็ดของเพชรลงบนเรือนแหวน ด้วยรูปทรงและดีไซน์การเรียงเม็ดเพชรที่ต่างกัน และจำนวนเพชรที่แตกต่างกันก็บ่งบอกถึงความหมายต่างกันออกไปด้วย แหวนเพชรแบบใดจะมีความหมายเช่นไรบ้างหากอยากรู้แล้วก็ตามมาดูด้วยกัน

1. แหวนเพชรประดับเพชรเม็ดเดี่ยว

เมื่อเพชรเม็ดเจียรไนน้ำงามถูกประดับอยู่กลางเรือนแหวนก็เกิดความโดดเด่นและสวยงามอย่างเต็มที่ ความหมายของเพชรเม็ดเดี่ยวคือความเป็นเอกเป็นหนึ่งโดยไม่มีสำรอง สื่อถึงความรู้สึกของผู้ให้ที่มอบให้ด้วยหัวใจที่ยกให้เป็นหนึ่งเดียวในใจ เมื่อได้ใส่แหวนเพชรประดับเม็ดเดี่ยวก็ทำให้ดูเป็นคนที่มีความมั่นใจในตนเองและเป็นคนที่สำคัญที่สุด

2.แหวนเพชรสองเม็ด

แม้ว่าแหวนที่ประดับเพชร 2 เม็ดอาจจะไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนัก แต่ก็เป็นแหวนเพชรอีกรูปแบบหนึ่งที่มีดีไซน์สื่อความหมายอันน่าประทับใจ หมายถึงการเคียงคู่ตัวเพชรแต่ละเม็ดก็คือตัวแทนของสองหัวใจที่อยู่คู่กันนั่นเอง

3. แหวนเพชรเรียง 3 เม็ด

สำหรับชาวตะวันตกจะนิยมแหวนเรียง 3 เม็ดมอบให้เนื่องในวาระและพิธีสำคัญทางศาสนาคริสต์ เพราะเป็นตัวแทนสื่อความหมายถึงตรีเอกานุภาพหรือ 3 พระภาคของพระเจ้า หรืออีกความหมายคือกาลเวลาที่มีทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคต เป็นความหมายของแหวนเพชรที่มีความศักดิ์สิทธิ์และทรงคุณค่า

4.แหวนเพชรประดับรอบวงแหวน

เพชรที่ประดับโดยรอบวงแหวนหมายถึงความเป็นอัลฟ่า และโอเมก้า คือปฐมและอวสาน นั่นหมายถึงไม่รู้จุดเริ่มต้นและไร้ซึ่งจุดสิ้นสุด รักนิรันดร และชีวิตที่เป็นนิรันดร เป็นทั้งคำอวยพรและคำสัญญา

5. แหวนเพชรดีไซน์รูปร่างต่าง ๆ

แหวนเพชรที่มีดีไซน์หลากหลายมีศัพท์เรียกเฉพาะว่าแหวนค็อกเทล ความสวยงามของตัวแหวนที่มีดีไซน์แปลกๆ เพิ่มสีสันให้กับผู้ใส่ เป็นเพชรที่มีอัญมณีอื่นๆ ประดับอยู่ด้วยความหมายจึงต่างกันออกไป เช่น เพชร และ อัญมณีผสมรูปหงส์คู่ หมายถึงครองคู่ตลอดไป รูปหัวใจสื่อถึงความรัก รูปนักษัตริย์ต่างๆ เป็นตัวแทนเดือนและราศีเกิดของคนนั้น รูปเลขแปดแนวนอนคือสัญลักษณ์อินฟินิตี้ ความเป็นนิรันดร์ไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด รูปเถาไม้มะกอกคือความโชคดีเป็นต้น แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดและบ่งบอกตัวตนผู้ให้และผู้ใส่ก็คือความเป็นตัวของตัวเองที่ไม่ซ้ำใครนั่นเอง