ตำนานแหวนแห่งกษัตริย์โซโลมอน

แหวนแห่งโซไลมอน หรือที่มีเรียกอีกชื่อหนึ่งดวงตราแห่งโซไลมอน เป็นแหวนในตำนานแต่ครั้งโบราณ มีรูปร่างลักษณะเฉพาะตัวเป็นดาวหกเหลี่ยมความพิเศษ ร่ำลือกันว่าแหวนนี้สามารถเพิ่มความสามารถให้โซไลมอนฟังและพูดภาษาสัตว์ทุกชนิดในโลกได้ อีกทั้งสามารถใช้อัญเชิญเหล่าปีศาจทั้งหลายให้มาสู่โลกมนุษย์ได้อีกด้วย

ตำนานการเกิดแหวนแห่งโซไลมอนนี้ร่ำลือกันว่า ตั้งแต่สมัยครั้งก่อนที่จะเกิดศาสนาใด ๆ ขึ้นในโลก มีพระมหากษัตริย์ฮิบรูพระนามว่าโซไลม่อน พระองค์เป็นผู้เฉลียวฉลาดมีความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่อยู่เสมอ วันหนึ่งพระองค์ก็ทรงมีพระราชโองการให้เหล่าอำมาตย์ข้าราชบริพารทั้งหลายสร้างแหวนเพื่อมาถวาย สามารถใช้วิธีใดหรือบริกรรมคาถาใดลงไปบนแหวนก็ได้ แต่แหวนวงนั้นต้องมีความพิเศษที่สามารถหยุดความรู้สึกทุกอย่างได้ในเวลาที่พระองค์ใช้สายตาทอดพระเนตร เช่น เวลาที่ทรงกริ้วแหวนจะทำให้หายกริ้วเมื่อทอดพระเนตร เวลาที่ทรงโทมนัสแหวนจะทำให้หายโทมนัสเมื่อทอดพระเนตร เป็นต้น

เมื่อเหล่าอำมาตย์ข้าราชบริพารได้ฟังดังนั้นต่างก็หนักใจไปตาม ๆ กัน จะมีวัตถุใดหรือที่จะสามารถหยุดความรู้สึกของมนุษย์ จะมีคาถาบทใดหนอที่จะสามารถสะกดมนุษย์ให้นิ่งได้ แต่กระนั้นเหล่าอำมาตย์ข้าราชบริพารทั้งหลายก็ยังพยายามกระทำอย่างสุดความสามารถ มีการระดมพลทั้งสายช่างที่เก่งกาจ สายนักบวชผู้เลื่องชื่อด้านคาถาอาคม แม้กระทั่งกวีที่มีพรสวรรค์ด้านการเขียนก็ยังถูกดึงให้มาร่วมในการณ์นี้ มีการจัดประชุมเพื่อเฟ้นหาวิธีการเพื่อมาจัดทำแหวนอันมีพลานุภาพเหนือจิตใจมนุษย์นี้ให้ได้ แต่ก็ยังจนมุม จนวันที่กษัตริย์โซไลมอนกำหนดได้ใกล้เข้ามาทุกที

ในที่สุดผู้เป็นหัวหน้าคณะที่เรียกได้ว่าเป็นผู้มีตำแหน่งสูงสุด อาวุโสสุด นั่นก็คือปราชญ์เฒ่าผู้ที่ตำแหน่งเป็นหัวหน้าคณะปราชญ์ที่ปรึกษาของกษัตริย์โซโลมอน จึงออกมาแสดงความรับผิดชอบโดยรับปากจะจัดทำแหวนนี้ขึ้นเอง ท่านปราชญ์เฒ่าคิดอย่างไรก็คิดไม่ตก แต่ที่ต้องเสนอตัวเพราะอำนาจหน้าที่อีกทั้งความอาวุโสสุด ยิ่งใกล้วันยิ่งกังวลว่าหากทำแหวนเยี่ยงนั้นไม่ได้ดังที่รับปากตนเองและครอบครัวจะต้องได้รับพระอาญาเป็นแน่แท้ ความเครียดเกิดขึ้นจากหลายทิศทางจนในที่สุดเขาก็ปลงตกทำให้คิดได้ว่าสุดท้ายแล้วชีวิตคนก็ต้องดับสูญทั้งสิ้น จะไปเกรงกลัวทำไมหากเราได้ทำอย่างดีที่สุดแล้ว แล้วสวรรค์ก็เปิดทางให้เขาได้จุดประกายแนวคิดของแหวนวงนี้ขึ้นเมื่อเขาปล่อยวางทุกสิ่งลงได้

วันที่ถวายแหวนให้กับกษัตริย์โซโลมอนท่ามกลางความตื่นเต้นของเหล่าอำมาตย์ข้าราชบริพารทั้งหลาย พระองค์หยิบแหวนนั้นขึ้นมาทอดพระเนตรแล้วนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง สุดท้ายก็ทรงแย้มพระโอษฐ์และทรงพระสรวลออกมาอย่างพึงพอใจ นั่นหมายถึงว่าแหวนนั้นมีพลานุภาพดังที่พระองค์กำหนด บนแหวนวิเศษวงนั้นมีถ้อยคำจารึกเป็นภาษาอังกฤษว่า

“And this, too, shall pass away” สามารถแปลเป็นไทยได้ว่า “แล้วสิ่งนี้ก็จะผ่านไปเช่นกัน” เป็นนัยยะว่าไม่ให้เรายึดติดในอารมณ์ใดและรู้จักปล่อยวางนั่นเอง